ตั้งแต่อะนิเมะไปจนถึงแบรนด์หรู การ์ดสะสมหายาก และอิเล็กทรอนิกส์วินเทจ ญี่ปุ่นมีสินค้าที่ทำกำไรได้มากสำหรับผู้ขายออนไลน์ — หากคุณรู้แหล่งหา ปัญหาหลักคือ ตลาดส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นไม่จัดส่งต่างประเทศและการซื้อโดยตรงอาจน่ากลัวหากไม่มีเครื่องมือหรือพันธมิตรที่ถูกต้อง
ในคู่มือนี้ เราจะพูดถึง 3 วิธีฉลาดในการหาแหล่งสินค้าญี่ปุ่นเพื่อขายใหม่ รวมถึงวิธีที่คนส่วนใหญ่มองข้าม — แต่ผู้ขายที่ชาญฉลาดใช้เพื่อสร้างธุรกิจมาร์จิ้นสูง
1. การซื้อขายส่งโดยตรงจากผู้ผลิตญี่ปุ่น (เช่น Rakuten B2B, Alibaba)
การซื้อจำนวนมากจากผู้ค้าส่งหรือผู้ผลิตญี่ปุ่นเป็นวิธีหนึ่งที่ตรงที่สุดในการสร้างธุรกิจขายใหม่หากสามารถเข้าถึงได้ แพลตฟอร์มเช่น Rakuten และ Alibaba.com เชื่อมต่อธุรกิจกับผู้ค้าส่ง แต่มีเงื่อนไขคือ ผู้ค้าส่งหลายรายคาดหวังการสื่อสารเป็นภาษาญี่ปุ่นและที่อยู่อาศัยในท้องถิ่น
ญี่ปุ่นมีผู้จัดจำหน่ายคุณภาพสูงในหมวดหมู่ต่างๆ:
-
เครื่องเขียน
-
เครื่องครัว
-
แฟชั่นและผ้า
-
ชุดโมเดลและสินค้าฮอบบี้
ข้อดี:
-
ต้นทุนต่อหน่วยต่ำ
-
ห่วงโซ่อุปทานคงที่
-
ดีสำหรับการขยายกิจการ
ข้อเสีย:
-
อุปสรรคด้านภาษาและการเข้าถึง
-
ขั้นต่ำในการสั่งซื้อสูง (MOQs)
-
ความหลากหลายของสินค้าจำกัด (มีน้อยในสินค้าเดี่ยวหรือสะสม)
ดีที่สุดสำหรับ: ผู้นำเข้าที่มีประสบการณ์และผู้ขายระหว่างประเทศที่พร้อมจะลงทุนในสต็อกจำนวนมากจากญี่ปุ่น
2. การประมูลออนไลน์และแพลตฟอร์มเคลียร์แรนซ์ (เข้าถึงด้วยบริการ Proxy Shopping)
อีกวิธีหนึ่งคือ การซื้อผ่านแพลตฟอร์มประมูลออนไลน์หรือการเคลียร์แรนซ์ในญี่ปุ่น โดยที่บุคคลทั่วไปและร้านค้าลิสต์สินค้าใช้หรือสินค้าที่ค้างสต็อก — มักจะลดราคา ซึ่งหลายๆ แพลตฟอร์มทำงานเฉพาะภาษาญี่ปุ่น ต้องชำระเงินท้องถิ่น และไม่ส่งต่างประเทศ นั่นคือเหตุผลที่คุณต้องใช้บริการ proxy shopping เพื่อเข้าถึงพวกเขา — รายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง
แหล่งยอดนิยมประกอบด้วย:
-
Yahoo! Auctions Japan – เหมาะสำหรับสินค้าฮอบบี้หายากและลอตสะสม
-
Suruga-ya – ดีสำหรับสินค้าลดราคาอะนิเมะ เกม และการ์ดสะสม
-
Book Off Online – หนังสือใช้ซีดี ฟิกเกอร์ และเกมที่เหมาะสำหรับขายใหม่
-
Hard Off / Off-House – แฟชั่นอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้และอุปกรณ์
ข้อดี:
-
ปริมาณสินค้าจำนวนมากที่ราคาตลาดท้องถิ่น
-
สินค้าใช้ที่หายากในสภาพดีเยี่ยม
-
หมวดหมู่สินค้าที่มีความต้องการสูง (อะนิเมะ แฟชั่น เทคโนโลยี)
ข้อเสีย:
-
การนำทางแพลตฟอร์มต้องใช้ความรู้ภาษาญี่ปุ่น
-
ไม่สามารถซื้อโดยตรงสำหรับต่างประเทศได้
-
การจัดส่งและโลจิสติกส์ต้องจัดการแยกกัน
ดีที่สุดสำหรับ: ผู้ขาย eBay นักสะสมหรือผู้ขายวินเทจที่มองหาแหล่งสินค้าเฉพาะและหายากจากญี่ปุ่น
3. Proxy Shopping จากตลาดญี่ปุ่น (ที่ยังประเมินค่าต่ำที่สุดแต่ได้กำไรดี)
นี่คือวิธีหาที่ดีที่สุดที่น้อยคนนักจะใช้: ใช้บริการ proxy shopping ซื้อจากญี่ปุ่น ซึ่งช่วยให้คุณซื้อสินค้าใดๆ จากตลาดญี่ปุ่นและจัดส่งระหว่างประเทศได้
Proxy Shopping คืออะไร?
บริการ proxy shopping คือบริการบุคคลที่สามที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ช่วยให้ผู้ซื้อระหว่างประเทศเข้าถึงตลาดออนไลน์ญี่ปุ่นที่ไม่จัดส่งต่างประเทศ
แทนที่จะซื้อโดยตรงจากผู้ขายญี่ปุ่น คุณสั่งซื้อผ่านบริการ proxy โดยให้บริการจัดการเป็นตัวแทนในญี่ปุ่น — พวกเขาวางสั่งซื้อแทนคุณรับสินค้าที่คลังสินค้าภายในประเทศและจัดส่งไปที่อยู่ระหว่างประเทศของคุณ
ด้วยบริการเช่น J-Subculture คุณสามารถหาแหล่งได้ง่ายจากแพลตฟอร์มเช่น:
-
Mercari Japan
-
Yahoo! Auctions
-
Surugaya
-
Rakuten
ข้อดี:
-
การเข้าถึงผลิตภัณฑ์พิเศษที่ต้องการสูง
-
การแข่งขันต่ำ
-
ดีสำหรับกลุ่มผู้ใช้เฉพาะ
-
หาแหล่งสินค้าใช้ที่หายากและรุ่นพิเศษ
ข้อเสีย:
-
รายการส่วนใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่น (การใช้ Chrome แปลเพจช่วยนำทางได้)
-
กระบวนการอาจยากต่อการเข้าใจครั้งแรก — คุณจะเข้าใจดีที่สุดเมื่อได้ลอง
ดีที่สุดสำหรับ: ผู้ขายอัจฉริยะที่มองหาสต๊อกเฉพาะและมาร์จิ้นสูง — โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์สะสมและวัฒนธรรมญี่ปุ่น
เริ่มหาแหล่งจากญี่ปุ่นวันนี้
ด้วย J-Subculture คุณสามารถ:
-
ดู Mercari, Yahoo! Auctions และอื่นๆ — โดยไม่ต้องมีข้อจำกัดด้านภาษา
-
ส่งคำสั่งซื้อได้เพียงคลิกเดียว
-
รวมการจัดส่งเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการส่งระหว่างประเทศ
-
เก็บสินค้าสำหรับฟรีนานถึง 45 วันก่อนจัดส่ง
-
รับการสนับสนุนจากลูกค้าเฉพาะทางเพื่อช่วยเหลือตลอดการช้อปปิ้งของคุณ






